กทม.ร่วมงาน “พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร”

เร็ว ๆ นี้ (6 ก.ย.) นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกทม.ร่วมงาน “พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร” Energy for city life, Energize smart living ซึ่งการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) จัดขึ้น เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและลูกค้ารายใหญ่ ประจำปี 2562 เสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนพร้อมสื่อสารแนวทางและทิศทางการดำเนินงานของกฟน.เพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร โดยมี นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง,นายจิระเดช กรุณกฤตกุล และนายธิติ ทรงเจริญกิจ รองผู้อำนวยการสำนักการโยธากทม. พร้อมด้วยลูกค้ากลุ่มธุรกิจและอุตสาหกรรมซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ของกฟน.รวมกว่า 200 คน เข้าร่วมงาน ณ โรงแรม วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย เขตปทุมวัน

การไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) จัดงานสร้างความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและลูกค้ารายใหญ่ประจำปี 2562 ขึ้นภายใต้แนวคิด “พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร” (Energy for city life,Energize smart living) เพื่อเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ลูกค้าในธุรกิจหลักและธุรกิจเกี่ยวเนื่องตลอดจนสื่อสารแนวทางและทิศทางการดำเนินงานของกฟน. รวมถึงรับฟังเสียงของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อนำมาวางแผนปรับปรุงการดำเนินงานนำไปสู่การยกระดับความพึงพอใจให้ดียิ่งขึ้น

ซึ่งภายในงาน นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ได้สื่อสารถึงทิศทางการดำเนินงานของกฟน. ในหัวข้อ “Energy for city life, Energize smart living” เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและลูกค้ารายใหญ่ ให้เชื่อมั่นถึงความพร้อมของกฟน.ในการสร้างระบบไฟฟ้าอัจฉริยะรองรับวิถีชีวิตเมืองมหานครแห่งอนาคต ด้วยการพัฒนาระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ Smart Grid ซึ่งเป็นโครงการนำร่องครอบคลุมพื้นที่ 9 ตร.กม.ในพื้นที่กลางใจเมือง ได้แก่ ถนนเพชรบุรี ถนนพญาไท ถนนรัชดาภิษก และถนนพระรามที่ 4 ที่เชื่อมโยงบริการด้านระบบไฟฟ้ากับระบบ ICT Integration ที่ทันสมัย

การเดินหน้าโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินตามแผนงานการก่อสร้างอุโมงค์ไฟฟ้าขนาดใหญ่เพิ่มเติมจากถนนชิดลมถึงถนนสารสิน (ตลอดแนวถนน) และถนนเพลินจิต (จากสี่แยกชิดลมถึงสี่แยกเพลินจิต) โดยเป็นการก่อสร้างในส่วนต่อขยายจากอุโมงค์ไฟฟ้าใต้ดินเดิมของกฟน.ที่ปัจจุบันเชื่อมต่อการจ่ายระบบไฟฟ้าระหว่างสถานีต้นทางบางกะปิถึงสถานีต้นทางชิดลม ขนาดแรงดัน 230 กิโลโวลต์ (kV) และก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยใต้ดินคลองเตย

เพื่อตอบโจทย์พื้นที่เมืองมหานครที่มีปริมาณการใช้ไฟจำนวนมาก รวมถึงการปรับปรุงระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับการเข้ามาของพลังงานทดแทน (Renewable Energy) การเพิ่มขึ้นของผู้ใช้ Electric Vehicle ซึ่งมีการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าในช่วงเวลาเดียวกันจำนวนมาก การพัฒนาระบบเพื่อเพิ่มความสะดวกสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าที่ติด Solar PV ได้แก่ ระบบ HEMS (Home Energy Monitoring and Control System) ซึ่งเป็นนวัตกรรมสำหรับลูกค้าที่ติดตั้ง Solar PV ให้สามารถตรวจสอบสถานะการผลิตไฟฟ้ารวมถึงบริหารจัดการการใช้พลังงานไฟฟ้าภายในบ้านได้ด้วยตนเอง แบบ Real Time และ MEA Energy Trading Platform ระบบกลางในการให้บริการการซื้อขายไฟฟ้าสำหรับกลุ่ม Community หรือกลุ่มลูกค้าที่ผลิตไฟฟ้าภายในพื้นที่ ให้สามารถซื้อขายพลังงานไฟฟ้าภายในพื้นที่ใกล้เคียงกันได้ กฟน.จึงสร้างความมั่นใจในความเพียงพอ มั่นคง เชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้าทั้งปัจจุบันและในอนาคตในการให้บริการ

ทั้งนี้กฟน.ถือเป็นองค์กรของประเทศไทย ที่ได้รับเลือกให้เข้าร่วมรับการประเมินจัดอันดับจากธนาคารโลก (World Bank) ที่มีความสะดวกในการเข้าไปประกอบธุรกิจ (Ease of Doing Business) จากผลการจัดอันดับประจำปื พ.ศ. 2562 พบว่าประเทศไทยพัฒนารวดเร็วเลื่อนเป็นอันดับที่ 6 ของโลกสืบเนื่องจากการยกระดับคุณภาพงานบริการขอใช้ไฟฟ้าใหม่ M easy (เอ็มอีซี่) การปรับปรุงข้อบังคับอัตราค่าบริการขอใช้ไฟฟ้า การพัฒนาระบบรับชำระค่าไฟฟ้าของกฟน.ผ่านระบบ e-Payment ที่ตอบสนองนโยบายภาครัฐ “สังคมไร้เงินสด” ตลอดจนการดำเนินงานด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม กฟน.ยังได้นำเสาไฟฟ้าจากการนำสายไฟลงใต้ดินไปทำประโยชน์ในรูปแบบ MEA's Model โดยนำเสาไฟฟ้าที่ไม่ใช้งานและยางรถยนต์เก่านำมาทำเป็นแนวกันคลื่นเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน และป้อมพระจุลจอมเกล้า ฐานทัพเรือกรุงเทพ และการปลูกป่าชายเลนในพื้นที่ป้อมพระจุลจอมเกล้า เพื่อลดการกัดเซาะชายฝั่ง คืนความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ท้องทะเลไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 เพื่อนกทม.:สำนักข่าวแอ็คชั่นนิวส์

Visitors: 39,546